วันหยุด ชมตลาด 100 ปี สามชุก

..............สามชุก? เมืองเล็กๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ริมแม่น้ำท่าจีน...โดยในอดีตสามชุกคือแหล่งที่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ ฯลฯ มามีสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะของการแลกเปลี่ยน และซื้อขายสินค้า จนพัฒนาไปสู่การลงหลักปักฐาน สร้างเมืองที่มั่นคงขึ้นมา

...............ตามประวัติของเมืองสามชุก กล่าวไว้ว่า ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมชื่ออำเภอ "นางบวช" ตั้งอยู่บริเวณ ตำบลนางบวช โดยมีขุนพรมสภา(บุญรอด) เป็นนายอำเภอคนแรก ซึ่งยังมีภาพถ่ายปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน

..............ในปี 2457 ต้นรัชกาลที่ 6 ได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่บ้าน"สำเพ็ง" ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญในสมัยนั้น จนปี 2481 สมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนชื่อจาก "อำเภอนางบวช" มาเป็น "อำเภอสามชุก" และย้ายมาตั้งอยู่ริมลำน้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) ซึ่งแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านคลองมะขามเฒ่า

..............อำเภอสามชุกเดิม มีพื้นที่ 774.9 ตารางกิโลเมตร ต่อมาในที่ 2528 ได้มีการตั้งอำเภอหนองหญ้าไซ จึงแบ่งบางส่วนออกไป ยังคงเหลือเพียง 362 ตารางกิโลเมตร

.............ตลาดสามชุกในวันนี้ ยังคงเห็นร่องรอยของดีอยู่มากมาย บ้านเรือนถึงแม้จะเก่าแก่ แต่เต็มไปด้วยศิลปะกรรมที่งดงามอันหาดูได้ยาก บ้านของขุนจำนงค์ จินารักษ์ ตั้งเด่นสง่าเผยให้เห็นศิลปะกรรมการก่อสร้างที่ประณีต ไม่ต่างจากบ้านของชาวสามชุกหลังอื่น ๆ ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี(จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองสามชุก รวมรวมประวัติคนสามชุกไว้อย่างดี มีระบบ น่าสนใจมาก)

.......เราเดินชมตลาดไปด้านติดกับแม่น้ำ ยังมีร้านกาแฟแบบโบราณ ลูกค้ายังอุดหนุนกันคับคั่งทั้งคนเฒ่าคนแก่ที่ถือไม้เท้า มาหมายจะพูดคุยกับคนรุ่นเดียวกันมากกว่าการดื่มกาแฟและคนรุ่นหลังที่มีเป้าประสงค์สลับกัน

........ติดกับร้านกาแฟ มีขนมหวานหลากหลายวางขาย มีขนมเปี๊ยะ ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น ขนมไส้เค็ม ถัดไปเป็นร้านข้าวแกง ร้านขายน้ำพริกของแม่กิมลั้งที่ยืนยงคงกะพันมากว่า 50 ปี

........วันนั้น 29 กรกฏาคม 2550 วันหยุดอาสาฬหบูชา - เข้าพรรษา ผู้คนไปชมตลาดมาก มากจนแทบไม่มีที่จะจอดรถ ต้องเบยีดเสียดกันเดินชมตลาด คนนับหมื่นหลั่งไหลกันมาชมตลาดเก่า แบบเหลือเชื่อจริง ..........

 

12

วัดป่าเรไรยก์
ไหว้พระวัดป่าเลย์ไลก์แล้วเดินทางต่อไปอีก 30 กว่า กิโลเมตรก็ถึง

ตลาดสามชุก วันนี้ต้องจอดรถอยู่ตั้งไกล เพราะคนมามาก แน่นจริง ๆ

ศูนย์การค้าทางเรือในสมัยโน้นยังมีร่องรอย เก็บไว้อย่างดีที่นี่

ที่พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์(คนจีนที่ได้รับบรรดาศักดิ์)ได้รวมประวัติ

เราออกจากตลาดสามชุก ตรงมาที่วัดไผ่โรงวัว "พระกะกุสันโธ"

ก่อนค่ำนั่งถ่ายภาพหน้าพระกะกุสันโธ ที่สูง-ใหญ่มากจริง ๆๆ
.....................วัดไผ่โรงวัว สร้างขึ้นสมัยปี พ.ศ. 2469 อยู่ที่ตำบลบางตาเถร ริมคลองพระยาบันลือ อำเภอสองพี่น้อง เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธโคดม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตร สูง 26 เมตร ภายในบริเวณวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น วังสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมืองนรก เป็นต้น

ครอบครัวถ่ายหน้าพระกะกุสันโธ

เราเวียนเทียนรอบพระพุทธโคดม