การทำภาพนิ่งให้เปฌนภาพเคลื่อนไหว ในโปรแกรมวีกัส ........มีการกระทำคล้าย ๆ กับที่ทำในโปรอกรมพีเมียร์โปรที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่รู้สึกครับว่าใช้โปรแกรมวีกัส ของโซนี่ ทำได้เร็วกว่าง่ายกว่า ในตอนที่แล้วมา เรารู้จักโปรแกรม SONY VEGAS นับตั้งแต่การเปิดโปรแกรมขึ้นมา การตั้งค่าที่จำเป็นบางประการ การ Setup Project การนำภาพเข้ามาในมีเดียพูล การนำภาพและนำเสียงเพลง ขึ้นไปไว้บน Timeline ภาพที่เอามาใช้นั้นหากเป็นภาพเคลื่อนไหวคือ วิดีโอ ก็คงไม่มีปัญหามาก แต่หากเป็นภาพนิ่งภาพถ่ายที่เป็นดิจิตอล ถ่ายมาจากกล้องดิจิตอลซึ่งมีอยู่มากมายในสมัยนี้ เอามาทำเป็นคาราโอเกะประกอบเพลงที่ชอบแล้วละก็ หากอาศัยภาพนิ่งตลอดเพลงคงไม่น่าดูแน่ๆ เราจำเป็นที่จะต้องทำให้ภาพนิ่งดูเคลื่อนไหวไป-มาได้ มันจะน่าดูมาก เมื่อท่านนำภาพ-เสียงเพลงขึ้นไปไว้บน Timeline แล้ว หากท่านเห็นดังภาพที่ 1 ข้างล่างนี้
ภาพที่ 1 แสดงให้เห็นการนำภาพนิ่งและเสียงขึ้นไปไว้บน Timeline แล้วมีข้อสังเกตอยู่ 3 ประการ ให้สังเกตุว่ารูปคลื่นเพลงซีกซ้ายและขวาจะไม่เหมือนกัน
ที่ A จุดเชื่อมของภาพนิ่ง ซึ่งจะมีอยู่ทุก ๆ ภาพ ระหว่างภาพข้างหน้าและภาพที่ตามมาข้างหลัง ที่ B รูปภาพนิ่งที่มองเห็นเฉพาะภาพที่ปรากฏในภาพนิ่งจริง ๆ ที่ C เป็นเครื่องหมาย + และ - สำหรับขยายหรือย่อสเกล ในการดูภาพให้ชัดเจนขึ้น(กว้างออกหรือกว้างมากขึ้นจะเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น)
ให้คลิกที่เครื่องหมายบวก(ตาม C)จะเห็นรายละเอียดของแต่ละภาพมากขึ้น อาจเห็นได้ ดังภาพที่ 2 ต่อไปนี้
ภาพที่ 2 ภาพนิ่งใน Timeline ที่ขยายสเกลชัดเจนขึ้น มองเห็นอะไรหลายอย่างมากขึ้น
ความหมายที่เห็นตามภาพที่ 2 ดังต่อไปนี้ เลข 1 เป็น รูปคล้าย ๆ สี่เหลี่ยมข้างในโปร่ง( จะดูให้ชัดเจนให้ดูภาพที่ 3 ตามลูกศร A) เรียกว่า Event-Pan/Crop ใช้แต่งอาการการเคลื่อนไหวของภาพ เลข 2 เป็นกากบาด(คล้าย ๆ เครื่องหมายกากบาด)ใช้สำหรับ คลิกเรียก FX....คือใส่เอฟเฟคแบบต่าง ๆ ลงในภาพนั้นๆ เช่น Fx..ทำแสงฟ้าแลบ ,ทำฟ้าผ่า เป็นต้น เลข 3 เป็นรอยเชื่อม รอยต่อระหว่างภาพนิ่ง มองเห็นได้ว่าเป็นการต่อแบบชนกันไปเลย ไม่มี Transitionพิเศษ ที่เป็นเอฟเฟคอะไร เลข 4 เป็นการเชื่อมต่อภาพที่มองเห็นรอยต่อว่าเป็น Transition แบบ 3D Flying In/Out คือภาพที่มาเชื่อมต่อจะบินม้วนตัวเข้ามาลักษณะ 3D เข้ามาคือ In เลข 5 เป็นการเชื่อมต่อภาพที่มองเห็นรอยต่อว่าเป็น Transition แบบ 3D Flying In/Out ภาพออกไปคือ Out คือจะบินม้วนตัวออกไปลักษณะ 3D ออกไปคือ Out เลข 6 รูปคลื่นเสียงเพลงซีกซ้าย (เป็นเฉพาะเสียงดนตรีล้วนๆ) เลข 7 รูปคลื่นเสียงเพลงซีกขวาที่เป็นเสียงร้อง(มีดนตรีปนอยู่ด้วย) โดยปกติอีกเช่นกัน การเชื่อมภาพหากภาพชนกันไปเรื่อยๆ มันก็ไม่น่าดู มันจึงควรมีการ Transition เชื่อมด้วยเอฟเฟคต่าง ๆ ที่เราสามารถเลือกรูปแบบได้มากมาย(ดังได้กล่าวมาแล้ว) หากจะเชื่อมแบบง่าย ๆ ก็เพียงแต่คลิกดึงภาพให้เลื่อนมาทับกัน ซึ่งจะมองเห็นเป็นกากบาดใหญ่ ๆ ตรงรอยต่อของภาพ เป็นลักษณะ ของการ Crossfads ดังภาพที่ 3 ต่อไปนี้
ภาพที่ 3 คลิกที่ Event-Pan/Crop
ตามภาพที่ 3 การคลิก Event-Pan/Crop เพื่อมาจัดการเรื่องภาพเคลื่อนไหว คลิกที่ A เพื่อจัดการเรื่องการเคลื่อนไหวของภาพหมายเลข 2 (ตามที่จะกล่าวต่อไปครับ) คลิกที่ B เพื่อจัดการเรื่องการเคลื่อนไหวของภาพหมายเลข 2 (ตามที่จะกล่าวต่อไปครับ) โดยสรุปนะครับ จะทำให้ภาพไหนเคลื่อนไหว ก็ให้คลิกที่สีเหลี่ยม (Event-Pan/Crop)ของภาพนั้น และแน่นอนว่าเราอาจต้องทำกับทุก ๆ ภาพ เพลงหนึง ๆ มีประมาณ 40 - 60 ภาพ คงจะต้องใช้เวลามากอยู่พอสมควรในการปรับไปทีละภาพ แต่อยากได้ก็ต้องทำ ต้องอดทนด้วยนะครับ จะว่ากันต่อไป
ภาพที่ 4 การทำภาพเคลื่อนไหว
ตามภาพที่ 4 การปรับภาพ ในการทำให้ภาพเคลื่อนไหวนั้นมีจุดที่จะต้องรู้จักอลู่ 4 - 5 จุด ดังภาพที่ 4 ข้างบนครับ ให้เริ่มคลิกที่เลข 1 (สี่เหลี่ยม Event-Pan/Crop) จะเห็นหน้าต่าง Event-Pan/Crop ปรากฏขึ้นมาตามหมายเลข 2 เพื่อให้เราเลือกปรับแต่งตามต้องการ ที่เลข 3 เป็นหัวข้อที่ให้เราสามารถปรับได้ หลัก ๆ มี Position(ตำแหน่ง) , Rotation(การหมุน) , Keyframe interpolation(อาการเคลื่อนไหว) , Source(อาการของต้นฉบับ) ,Workspace(พื้นที่เนื้องาน) ซึ่งเราจะปรับเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับงานหรือความต้องการของเรา แถบในส่วนล่างที่เลข 4 ชี้อยู่ คือ คีย์เฟรม(Keyframe) มีความยาว(ระยะเวลาของเฟรม)เท่ากับเวลาที่คลิปภาพแสดงอยู่ใน Timelineเช่น 4 วินาที นอกจากหัวข้อให้ปรับตามเลข 3 แล้ว ยังมี Toolbar ให้ปรับดังภาพที่ 5
ภาพที่ 5 จุดที่มีให้ปรับ (หากต้องการใช้)ในทูลบาร์ Event Pan/Crop
ที่หมายเลข 1 ใช้คลิกเพื่อ เปิด หรือปิด ตัวเลือกทั้งหมดทางขวามือ (ลองคลิกดูได้) ที่หมายเลข 2 ใช้คลิกเพื่อแสดงค่าปกติ (คลิกไม่มีผล) ที่หมายเลข 3 ใช้คลิกเพื่อ ใช้การ Zoom หากคลิกที่นี่ที่หมายเลข 2 จะถูกปิดไป เรานำซูมนี้ไปคลิกที่ภาพใน มอนิเตอร์ของ Event-Pan/crop เพื่อขยายภาพ ที่หมายเลข 4 เป็น Snapping hold (ปกติปิดไว้) ที่หมายเลข 5 ใช้คลิกเพื่อให้การปรับเข้าออกคงอัตราส่วนของภาพอยู่ตลอดเวลา ที่หมายเลข 6 ใช้คลิกเพื่อ ให้ปรับภาพจากขอบเข้ามายังจุดศูนย์กลางมีอัตราส่วนเท่ากันทุกด้าน ที่หมายเลข 7 ใช้คลิกเพื่อ ให้เราสามารถเคลื่อนภาพไปซ้าย-ขวา หรือบน-ล่าง หรือทั้งสี่ทิศได้อย่างอิสระ ที่หมายเลข 8 ใช้คลิกเพื่อกำหนดเป็นจุดเริ่มต้นของคีย์เฟรม (ปกติเราไม่ต้องคลิก)ซึ่งเป็นเวลา 00:00:00:00 (คือเวลาเริ่มจะแสดงภาพในคลิปหรือใน Event นั้น) ขอให้ลองซ้อมมือมาก ๆ หน่อย นะครับ