ดาวพลูโต (์ำPluto)


นอกสุด คือ ดาวพลูโต


ดาวพลูโต


 ดาวพลูโต ขยายใหญ่มาก

ดาวพลูโตถูกค้นพบในปี พ.ศ.2473 โดยบังเอิญ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้มีการคำนวณหาตำแหน่งดาวเคราะห์ดวงใหม่ถัดจาก ดาวเนปจูนโดยใช้ฐานข้อมูลการเคลื่อนที่ของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ
หลังจากที่ได้ค้นพบดาวพลูโตแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังคงถกเถียงกันว่า ขนาดของดาวพลูโตเล็กเกินกว่า ที่จะรบกวนวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ จะต้องมีดาวเคราะห์ดวงอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า จึงจะรบกวนดาวเนปจูนได้ ดังนั้นการค้นหา ดาวเคราะห์ X จึงมีขึ้นต่อไป แต่ก็ไม่มีสิ่งใดถูกค้นพบเพิ่มเติม จนกระทั่ง ยานวอนเอเจอร์ 2 ได้ข้อมูลด้านมวลสารของดาวเนปจูนเพิ่มเติม ข้อถกเถียงดังกล่าวจึงหมดไป โดยไม่จำเป็นต้องมีดาวเคราะห์ดวงที่ 10  ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว ที่ไม่เคยมีการส่งยานอวกาศไปสำรวจ แม้แต่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ยังทำการสำรวจรายละเอียดได้ไม่มากนัก

โชคดีที่ดาวพลูโตมีบริวารชื่อ "แครอน" (Charon) ซึ่งค้นพบในปี พ.ศ.2521  นักดาราศาสตร์ทราบเพียง ค่ามวลรวมของพลูโตและแครอน การที่จะได้ค่ามวลสารของแต่ละดวงนั้น จำเป็นต้องอาศัยยานอวกาศขี้นไป สำรวจที่ระยะใกล้ดาวพลูโตต่อไป เช่นโครงการพลูโตเอ็กซ์เพรส เป็นต้น
นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่า เราควรจะจัดประเภทของดาวพลูโต เป็นดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหาง มากกว่าที่จะเป็น ดาวเคราะห์บางคนก็ว่า เราควรจะพิจารณามันเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุดใน "แนวเข็มขัดคุยเปอร์" (Kuiper's belt) อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเรายังถือว่า ดาวพลูโตเป็นเทห์วัตถุประเภทดาวเคราะห์ อย่างเช่นเคย
วงโคจรของดาวพลูโต รีมาก ขณะที่มันเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ มันจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวเนปจูน (นับตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2522 จนถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ.2542) ดาวพลูโตหมุนรอบตัวเองในทิศทางที่ตรงข้ามกับดาวเคราะห์ดวงอื่น
เรายังมิทราบองค์ประกอบของดาวพลูโตที่แน่ชัด แต่ค่าความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 2 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร โดยอาจมีส่วนผสมเป็นหิน 70% น้ำแข็ง 30% คล้ายกับดวงจันทร์ทายตันของเนปจูน บริเวณพื้นที่สว่างอาจปกคลุมด้วย น้ำแข็งไนโตรเจน ผสมกับ มีเทน และคาร์บอนมอนอกไซด์แข็ง บริเวณที่เป็นสีคล้ำยังไม่มีข้อมูล
ดาวพลูโตมีบรรยากาศเพียงเล็กน้อย องค์ประกอบหลักอาจเป็นไนโตรเจน มีคาร์บอนโมนอกไซด์ และมีเทนจำนวนเล็กน้อย โดยมีความกดอากาศที่พื้นผิวต่ำมาก บรรยากาศของดาวพลูโตจะมีสถานะเป็นก๊าซ เฉพาะเวลาที่มันโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ส่วนในช่วงเวลาอื่นๆ บรรยากาศจะแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง

กพฐ.เตรียมปรับหลักสูตรวิทย์ ดาวพลูโตถูกปลดเป็นดาวแคระ

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2549

 

กพฐ.พร้อมปรับเนื้อหาดาวพลูโตใหม่เป็นเอกสารเสริมความรู้ หลังกจากสหภาพดาราศาสตร์สากล หรือ ไอเอยู ประกาศมติปลดดาวพลูโตจากสถานะการเป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ เป็นเพียงดาวแคระ

(25ส.ค.) ตามที่สหภาพดาราศาสตร์สากล หรือไอเอยู ประกาศมติที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่ตำราเรียนและการศึกษาด้านอวกาศ เรื่องการปลดดาวพลูโตจากสถานะการเป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ

ไอเอยู ประกาศมติดังกล่าวในที่ประชุม 2,500 คน ที่กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก หลังจากมีการถกเถียงอย่างเคร่งเครียด ที่ประชุมลงมติด้วยการยกมือประกาศว่า ดาวเคราะห์ที่เป็นดาวบริวารในระบบสุริยะมี 8 ดวง ด้วยกัน ได้แก่ ดาวพุธ โลก ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ส่วนดาวพลูโต ถูกจัดใหม่ให้เป็น “ดาวเคราะห์แคระ” ไอเอยู ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระว่า ดาวเคราะห์ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะมีแรงดึงดูดก้อนหินและวัตถุต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในวงโคจรของมัน หลังจากถกเถียงกันมาหลายปี

ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยนางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หลักสูตรที่บรรจุอยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นข้อเท็จจริงที่มีการพิสูจน์มาแล้ว เพื่อเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต

มติดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งประเทศไทยจะต้องมีคณะทำงานนักวิชาการด้านนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกรอบ โดยเฉพาะหลักสูตรตามสาระการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ จะมีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบหารือถ้าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน เพราะถือเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นพบใหม่และเป็นข้อยุติแล้ว ต้องมีคณะทำงานด้านหลักสูตรมาดูแลและปรับต่อไป ซึ่งการปรับเนื้อหาทำไม่ยาก เพราะหลักสูตรฉบับนี้ดูแลด้วยมาตรฐานการเรียนรู้

"ดังนั้น เนื้อหาที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจึงไม่มีปัญหาและทำเป็นเอกสารเสริมความรู้เพิ่มเติม แต่ต้องผ่านคณะทำงานอย่างรอบคอบ วิเคราะห์ว่าจำเป็นหรือไม่ต้องบรรจุไว้ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียงบรรจุเป็นข้อเท็จจริงเบื้องต้น ยังไม่ได้เรียนลึกเป็นนักดาราศาสตร์" เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

 

ยันระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ 11 ดวง ลดฐานะดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์แคระ

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2549

 

ปราก-นักดาราศาสตร์ปรับแผนที่ระบบสุริยะใหม่ให้มีดาวเคราะห์ 11 ดวง ลดระดับพลูโตลงเป็นดาวเคราะห์แคระ

 

นายรอน อีเคอร์ส ประธานสหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (ไอเอยู) เปิดเผยว่านักดาราศาสตร์ทั่วโลกราว 2,500 คนซึ่งเข้าร่วมการประชุมไอเอยูที่กรุงปราก ในสาธารณรัฐเช็ก ได้บรรลุข้อตกลงเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ส.ค.) ที่จะปรับแผนที่ระบบดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลใหม่ โดยให้มีดาวเคราะห์ 11 ดวงจากเดิมที่มีแค่ 9 ดวงรวมทั้งโลก ทั้งนี้เพื่อช่วยเพิ่มความชัดเจนมากขึ้นให้กับการจัดระบบสุริยะจักรวาลที่ล้าสมัยไปแล้ว หลังมีการค้นพบใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการพบดาวยูบี 313 หรือซีนา เมื่อปี 2546 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตและอยู่ถัดจากดาวพลูโตออกไป

ภายใต้การจัดระบบสุริยะจัดใหม่นี้ จะแบ่งดาวเคราะห์ออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ "ดาวเคราะห์" ซึ่งจะเหลือแค่ 8 ดวง ส่วนดาวพลูโตที่เคยจัดเป็นดาวเคราะห์จะถูกลดชั้นลงไปให้อยู่ในประเภทที่สอง คือ "ดาวเคราะห์แคระ" ซึ่งมี 3 ดวงด้วยกัน ประกอบด้วยพลูโต กับ "ซีเรส" ซึ่งเคยถูกจัดเป็น ดาวเคราะห์น้อย และดาวยูบี 313

ไอเอยู ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระว่า ดาวเคราะห์ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะมีแรงดึงดูดก้อนหินและวัตถุต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในวงโคจรของดาวเคราะห์นั้นๆ ซึ่งรวมทั้งโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องต้องกันที่จะใช้คำว่า "วัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ" เรียกวัตถุรูปร่างไม่กลมที่โคจรอยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์

มตินี้มีขึ้นหลังจากมีการถกเถียงกันมานานหลายปีเกี่ยวกับสถานะของดาวพลูโต โดยนักดาราศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดให้ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ให้เหตุผลว่า ดาวพลูโตมีขนาดเล็กมาก และมีการโคจรที่ผิดแปลกจากดาวเคราะห์ดวงอื่นอยู่มาก และข้ออ้างนี้ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อมีการค้นพบเทหวัตถุอยู่ไกลจากดาวพลูโตชื่อ 2003 ยูบี 313 หรือซีนา มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต และเข้าข่ายเป็นดาวเคราะห์ ประกอบกับการใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงและการสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ชี้ว่าดาวพลูโตอาจเป็นเพียงกลุ่มเทหวัตถุที่อยู่กระจัดกระจายเท่านั้น

เชื่อว่ามตินี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ โดยเฉพาะในตำราเรียนและการศึกษาด้านอวกาศ

ดาวพลูโตถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2473 โดยไคลด์ ทอมบาจ นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ขณะอายุเพียง 24 ปี และเสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคม 2540 การประกาศพบดาวพลูโตได้ขยายขอบเขตของระบบสุริยะที่เดิมเชื่อกันมานานถึง 84 ปี ว่ามีดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ดวงไกลที่สุดของระบบ

อ่านรายละเอียด ดาวเคราะห์ต่าง ๆ เพิ่มเติม เชิญคลิก